วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ประเภทของระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ

1.จงบอกความหมายของประเภทของระบบสาระสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจทั้ง2ประเภท
ตอบ.1.ระบบสาระสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ หมายถึง
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System) เป็นระบบย่อยหนึ่งในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ โดยที่ระบบสนับสนุนการตัดสินใจจะช่วยผู้บริหารในเรื่องการตัดสินใจในเหตุการณ์หรือกิจกรรมทางธุรกิจที่ไม่มีโครงสร้างแน่นอน หรือกึ่งโครงสร้าง ระบบสนับสนุนการตัดสินใจอาจจะใช้กับบุคคลเดียวหรือช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเป็นกลุ่ม นอกจากนั้น ยังมีระบบสนับสนุนผู้บริหารเพื่อช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจเชิงกลยุท

2.ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจแบบบุคคล ระบบสารสนเทศสนับสนุนการตัดสินใจของบุคคล เป็นระบบสารสนเทศที่มีผู้ใช้หรือผู้ตัดสินใจเพียงคนเดียว ดังนั้นผู้ใช้จึงต้องมีอำนาจในการตัดสินใจ ระบบสารสนเทศประเภทนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า ระบบสารสนเทศของผู้บริหาร หรือ (EIS) (Executive Information System ) ซึ่งเป็นระบบสารสนเทศที่ช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์ปัญหา ศึกษาแนวโน้มของเรื่องที่สนใจ ส่วนใหญ่จะนำเสนอสารสนเทศในรูปแบบของรายงาน ตารางและกราฟ เพื่อสรุปสารสนเทศให้เข้าใจง่ายและประหยัดเวลา เช่น บริษัทแห่งหนึ่งต้องการเปิดสาขาเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น ผู้บริหารจึงนำเข้าข้อมูลต่างๆ ของบริษัทไว้ในฐานข้อมูลของ EIS เพื่อประมวลผลตามแบบจำลองที่สร้างไว้
3.ระบบสาระสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่ม
ระบบสารสนเทศสนับสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่มหรือ GDSS (group decision support system) เป็นระบบสารสนเทศที่พฒนามาจากระบบสารสนเทศสนบสนุนการตัดสินใจของบุคคลเรื่องจากการทำงานภายในองค์กรมักใช้การวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้ใช้ที่มีจำนวนมากกว่า 1 คนในการตัดสินใจการแก้ปัญหา ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือในผลการตัดสินใจนั้น ๆ การนำ GDSS มาใช้ในองค์กรจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงลักษณะการทำงานจากการเก็บรวบรวมข้อมูลไว้ที่ผู้ใช้คนใดคนหนึ่งมาเก็บรวบรวมไว้ในระบบฐานข้อมูล บุคลากรทุกคนในองค์กรมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและส่งเสริมการตัดสินใจขององค์กร ตัวอย่างการใช้งาน GDSS เช่น บริษัทแห่งหนึ่งต้องการปรับเปลี่ยนเวลาทำงานของพนักงานบริษัท จึงมีการรวบรวมข้อมูลและความคิดเห็นของพนักงานทุกคนไว้ในฐานข้อมูลของ GDSS เพื่อประมวลผลตามแบบจำลองที่สร้างไว้ จากนั้นผู้บริหารหลาย ๆ ฝ่ายร่วมกันตัดสินใจว่าควรจะดำเนินการอย่างไร
แผนผังแสดงการใช้งาน GDSS เพื่อปรับเปลี่ยนเวลาการทำงานของพนักงาน

2.จงบอกความแตกต่างระหว่าง EIS กับ GDSS ให้ตอบลงใน blog พร้อมแหล่งที่มา และ รูปภาพ และ ตกแต่งให่สวยงาม
ตอบ..ความแตกต่างระหว่างEIS - GDSS
EIS (Executive Information System: EIS)
ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง (Executive Information System: EIS) ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง คือ MIS ประเภทพิเศษที่ถูกพัฒนาสำหรับผู้บริหารระดับสูง โดยเฉพาะช่วยให้ผู้บริหารระดับสูงที่ไม่คุ้นเคยกับเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถ ใช้ระบบสารสนเทศได้ง่ายขึ้น โดยใช้เมาส์เลื่อนหรือจอภาพแบบสัมผัส เพื่อเชื่อมโยงข่าวสารระหว่างกันทำให้ผู้บริหารไม่ต้องจำคำสั่ง
คุณสมบัติของระบบ EIS - มีการใช้งานบ่อย - ไม่ต้องมีทักษะทางคอมพิวเตอร์สูง - ความยืดหยุ่นสูงสามารถเข้ากันได้กับรูปแบบการทำงานของผู้บริหาร - การใช้งานใช้ในการตรวจสอบ ควบคุม - การสนับสนุนการตัดสินใจไม่มีโครงสร้างแน่นอน - ผลลัพธ์ที่แสดงจะเป็นตัวอักษร ตาราง ภาพและเสียง รวมทั้งระบบมัลติมีเดีย - การใช้งานภาพกราฟิกสูง จะใช้รูปแบบการนำเสนอต่างๆ - ความเร็วในการตอบสนองรวดเร็วทันทีทันใด ประโยชน์ของของระบบ EIS 1. ง่ายต่อผู้บริหารระดับสูงในการใช้งาน 2. การใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ 3. ให้สารสนเทศสรุปของบริษัทในเวลาที่ต้องการ 4. ทำให้สามารถเข้าในสารสนเทศได้ดีขึ้น 5. มีการกรองข้อมูลให้ประหยัดเวลา 6. ทำให้ระบบสามารติดตามสารสนเทศได้ดีขึ้น
GDSS (Group Decision Support Systems)
ลักษณะของระบบสนันสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่ม 1. เป็นระบบสารสนเทศที่ถูกออกแบบขึ้นโดยเฉพาะ ซึ่งไม่ใช่การนำองค์ประกอบต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว มาประยุกต์ใช้แต่จะต้องสร้างขึ้นมาใหม่จึงจะเรียกว่าเป็นระบบ GDSS 2. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่ม ถูกออกแบบมาโดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงกระบวนการตัดสินใจขององค์ประชุม 3. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจอาจถูกออกแบบมาเพียงเพื่อต้องการแก้ปัญาหาเฉพาะหน้า หรือแก้ไขปัญหาทั่วไปก็ได้ 4. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจจะต้องง่ายต่อการเรียนรู้ และใช้งานได้สะดวก อีกทั้งยังอาจให้ความหลากหลายกับผู้ใช้ในแต่ละระดับที่เกี่ยวข้องกับความรู้ การประมวลผล และการสนับสนุนการตัดสินใจ 5. มีกลไกที่ให้ผลในเรื่องการปรับปรุงจุดบกพร่องที่เกิดจกพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมประชุม เช่นการขจัดความขัดแย้งในที่ประชุม 6. ระบบจะต้องออกแบบให้มีความสามารถในการกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมต่างๆ เช่น กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์
ประโยชน์ของ GDSS 1. ช่วยในการเตรียมความพร้อมในการประชุม 2. มีการจัดเตรียมข้อมูลและสารสนเทศที่เหมาะสมในการประชุม 3. สร้างบรรยากาศในการร่วมมือกันระหว่างสมาชิก 4. สนับสนุนการมีส่วนร่วมและกระตุ้นการแสดงความคิดเห็นของสมาชิก 5. มีการจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังของปัญหา 6. ช่วยให้การประชุมบรรลุผลในระยะเวลาที่สมควร 7. มีหลักฐานการประชุมแน่ชัด
ความแตกต่างของระบบ EIS และ ระบบ GDSS ระบบของ GDSS จะเน้นออกแบบไปในทางที่ประชากรเป็นกลุ่มๆ ทางด้านความสามารถนั้น จะต้องหาบุคลากรที่มีความชำนาญในด้านนี้พอสมควร ในด้านข้อมูลถือว่ามีความละเอียดสูงโดยจะได้รับความคิดเห็นได้หลากหลาย แล้วนำข้อเสนอหรือความคิดเห็นมาปรับปรุงแก้ไขได้ ส่วนของระบบ EIS จะเน้นไปในทางของผู้บริหารเพียงอย่างเดียว ข้อมูลที่ได้มีความรวดเร็วเป็นสถานการณ์ปัจจุบัน โดย จะสามารถวิเคราะห์แนวโน้มในภายภาคหน้าได้ ซึ่งเป็นระบบสำคัญให้กับองค์กรหรือบริษัทของผู้บริหารเป็นอย่างดี เป็นตัวช่วยในหารตัดสินใจที่ดี

วันพุธที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2557

ทรัพย์สินทางปัญญา

1.ทรัพย์สินทางปัญญาหมายถึง?
ทรัพย์สินทางปัญญา หมายถึง ผลงานอันเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทรัพย์สินอีกชนิดหนึ่ง นอกเหนือจากสังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์สินที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เช่น นาฬิกา รถยนต์ โต๊ะ เป็นต้น และอสังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์สินที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เช่น บ้าน ที่ดิน เป็นต้น

ประเภทของทรัพย์สินทางปัญญา     โดยทั่วๆ ไป คนไทยส่วนมากจะคุ้นเคยกับคำว่า "ลิขสิทธิ์" ซึ่งใช้เรียกทรัพย์สินทางปัญญาทุกประเภท โดยที่ถูกต้องแล้วทรัพย์สินทางปัญญาแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ที่เรียกว่า ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม และลิขสิทธิ์
     ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม ไม่ใช่สังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในการผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ทางอุตสาหกรรม แท้ที่จริงแล้ว ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรมนี้ เป็นความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่เกี่ยวกับสินค้าอุตสาหกรรม ความคิดสร้างสรรค์นี้จะเป็นความคิดในการประดิษฐ์คิดค้น การออกแบบผลิตภัณฑ์ทางอุตสาหกรรม ซึ่งอาจจะเป็นกระบวนการ หรือเทคนิคในการผลิตที่ได้ปรับปรุงหรือคิดค้นขึ้นใหม่ หรือที่เกี่ยวข้องกับตัวสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นองค์ประกอบและรูปร่างสวยงามของตัวผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังรวมถึงเครื่องหมายการค้าหรือยี่ห้อ ซื่อและถิ่นที่อยู่ทางการค้า ที่รวมถึงแหล่งกำเนิดสินค้าและการป้องกันการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม

2.ลิขสิทธิ์ หมายถึง?
ทรัพย์สินทางปัญญา หมายถึง ผลงานอันเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทรัพย์สินอีกชนิดหนึ่ง นอกเหนือจากสังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์สินที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เช่น นาฬิกา รถยนต์ โต๊ะ เป็นต้น และอสังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์สินที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เช่น บ้าน ที่ดิน เป็นต้น
3.สิทธิบัตร หมายถึง?

 หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ (Invention) การออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) หรือ ผลิตภัณฑ์อรรถประโยชน์ (Utility Model) ที่มีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนด
     การประดิษฐ์ คือ ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับ ลักษณะองค์ประกอบ โครงสร้างหรือกลไกลของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งกรรมวิธีในการผลิตการักษา หรือปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์
     การออกแบบผลิตภัณฑ์ คือ ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับการทำให้รูปร่างลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑ์เกิดความสวยงาม และแตกต่างไปจากเดิม
     ผลิตภัณฑ์อรรถประโยชน์หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า อนุสิทธิบัตร (Petty Patent) จะมีลักษณะคล้ายกันกับการประดิษฐ์ แต่เป็นความคิดสร้างสรรค์ที่มีระดับการพัฒนาเทคโนโลยีไม่สูงมาก หรือเป็นการประดิษฐ์คิดค้นเพียงเล็กน้อย
     แบบผังภูมิของวงจรรวม หมายถึง แผนผังหรือแบบที่ทำขึ้น เพื่อแสดงถึงการจัดวางและการเชื่อมต่อวงจรไฟฟ้า เช่น ตัวนำไฟฟ้า หรือตัวต้านทาน 


4.ขั้นตอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า?



การยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
 
    ให้ยื่นต่อสำนักงานระหว่างประเทศ (International Bureau)  ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก (WIPO)  โดยยื่นผ่านสำนักงานทะเบียนต้นกำเนิดของประเทศผู้ขอ  ซึ่งจะดำเนินการตรวจสอบและรับรองว่าเครื่องหมายที่ยื่น  สินค้าและ/หรือบริการที่ระบุ  เหมือนกับคำขอรากฐาน (Basic Application)  หรือทะเบียนรากฐาน (Basic Registration)
 
    คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่จะนำไปยื่นขอจดทะเบียนระหว่างประเทศตามพิธีสารกรุงมาดริดได้นั้น  ต้องเป็นคำขอที่มีการยื่นขอจดทะเบียน หรือได้รับการจดทะเบียนไว้แล้วในประเทศต้นกำเนิดการจดทะเบียน  การจดทะเบียนแบ่งออกเป็น  2 ขั้นตอน คือ
 
1.  ขั้นตอนระหว่างประเทศ
 
     เมื่อสำนักงานระหว่างประเทศได้รับคำขอจดทะเบียน จะดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้น (Formal Examination)  ในเรื่องความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของพิธีสารกรุงมาดริดและกฎข้อบังคับพิธีสารกรุงมาดริด (Common Regulations)  การระบุจำพวกและรายการสินค้าและ/หรือบริการ ว่าเป็นไปตาม Nice Classification  หรือไม่  รวมทั้งการชำระค่าธรรมเนียม หากมีข้อบกพร่อง  สำนักงานระหว่างประเทศจะแจ้งไปยังประเทศที่มีการยื่นคำขอและผู้ยื่นคำขอ  ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแก้ไขภายใน 3 เดือน มิฉะนั้นจะถือว่าละทิ้งคำขอ
 
2.  ขั้นตอนในประเทศ
 
     การตรวจค้น
            1.  แนะนำให้ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนดำเนินการตรวจค้นเครื่องหมายที่จะขอจดทะเบียนว่าเหมือนหรือคล้ายเครื่องหมายการค้า
ของผู้อื่นหรือไม่            
            2.  ผู้ค้นต้องเสียค่าธรรมเนียมในการตรวจค้น 100 บาท/ชั่วโมง  โดยตรวจค้นด้วยตนเองที่กลุ่มบริการและตรวจรับคำขอ (
ชั้น 3  สำนักเครื่องหมายการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือทาง www.cka.co.th  ในส่วนบริการออนไลน์เครื่องหมายการค้า 
   
 
การยื่นคำขอจดทะเบียน
 
1.  การบริการทั่วไป
            1.  ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนต้องเตรียมเอกสารตามที่กฎหมายกำหนดและกรอกข้อความโดยการพิมพ์ให้สมบูรณ์  ดังนี้
                       1.1  คำขอจดทะเบียน (ก.01)  ต้นฉบับ 1 ชุด  ลงลายมือชื่อผู้มีอำนาจและติดรูปเครื่องหมายการค้า ขนาดกว้าง x ยาว ไม่เกิน 5 เซนติเมตร (หากเกินต้องชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเซนติเมตรละ 100 บาท)  แล้วถ่ายสำเนา ก.01 ดังกล่าว อีกจำนวน 5 ชุด
                       1.2  รูปเครื่องหมายอีก จำนวน 5 รูป ขนาดเดียวกับที่ติดในแบบฟอร์ม ก.01
                       1.3  กรณียื่นในนามนิติบุคคล    ใช้หลักฐานต้นฉบับหนังสือรับรองนิติบุคคลที่ขอคัดไม่
เกิน 6 เดือน 1 ฉบับ กรณียื่นในนามบุคคลธรรมดา  ใช้หลักฐานสำเนาบัตรประจำตัว 1 ฉบับ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
                    กรณีผู้ขอจดทะเบียนอยู่ต่างประเทศ ให้โนตารีพับลิครับรองเอกสารด้วย
                       1.4  หากมีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นยื่นแทน  ใช้สำเนาหนังสือมอบอำนาจ (ก.18) 
พร้อมติดอากรแสตมป์ 30 บาท ต่อผู้รับมอบอำนาจ 1 คน (พร้อมขีดฆ่าอากร)  และสำเนาบัตรประจำตัวของผู้รับมอบอำนาจ 1 ฉบับ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง  
                   
            2.   ยื่นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียม 500 บาท ต่อสินค้า/บริการ 1 อย่าง
                     
            3.   ยื่นขอรับบริการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า  ได้ดังนี้                       
                        3.1 กลุ่มบริการและตรวจรับคำขอ ส่วนบริหารงานจดทะเบียน (ชั้น 3) สำนักเครื่องหมาย
การค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา                       
                       3.2 สำนักงานพาณิชย์จังหวัด                       
                       3.3 ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับถึงนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า กรมทรัพย์สินทาง
ปัญญา พร้อมชำระค่าธรรมเนียมโดยทางธนาณัติสั่งจ่ายนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า                       
                       3.4  ทางอินเตอร์เน็ต  จากเว็บไซต์ www.ipthailand.org  ในส่วนบริการออนไลน์ระบบเครื่องหมายการค้า
 
2.  การให้บริการทางอินเตอร์เน็ต
 
                       2.1  การยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า  ท่านสามารถใช้บริการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
ทางอินเตอร์เน็ตได้  โดยมีขั้นตอน ดังต่อไปนี้  
                               
                                              2.1.1. เข้าเว็บไซต์ www.ipthailand.org  แล้ว click  ระบบเครื่องหมายการค้าในส่วนของ
บริการออนไลน์  เพื่อเข้าสู่ระบบการให้บริการเครื่องหมายการค้าทางอินเตอร์เน็ต  
                              
                                              2.1.2  click  ลงทะเบียนสมัครสมาชิกที่นี่  จะปรากฏแบบฟอร์มลงทะเบียนขอใช้งานในระบบ  
ให้ท่านกรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน เช่นเดียวกับการสมัครอีเมล์ทั่ว ๆ ไป (Username  และ Password  ใช้ภาษาอังกฤษหรือตัวเลขเท่านั้น)  แล้ว click  ตกลง ก็จะเข้ามาสู่หน้าจอแรกอีกครั้ง    
                              
                                              2.1.3  ให้ท่านใส่  Username  และ  Password  ที่ได้สมัครไว้แล้ว  click  ตกลงเพื่อเข้าสู่ระบบ               
                                              2.1.4  จะปรากฏหน้าจอให้บริการในระบบเครื่องหมายการค้า ให้ click ในช่อง User Menu  
เลือก “คำขอจดทะเบียนเครื่องหมาย (ก.01)”    
                               
                                              2.1.5  จะปรากฏแบบฟอร์มให้ท่าน กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนพร้อมทั้งแนบไฟล์รูปเครื่องหมาย 
นามสกุล “jpeg”  ขนาดไม่น้อยกว่า 30K.  แล้วระบุจำพวกและรายการสินค้า/บริการ ที่ต้องการขอรับความคุ้มครอง แล้วใส่จำนวนรายการสินค้า/บริการ ระบบจะแสดงค่าธรรมเนียมโดยอัตโนมัติ คือ รายการสินค้า/บริการ อย่างละ 500 บาท แล้วให้  click  ต่อไป  จะปรากฏหน้าจอหนังสือมอบอำนาจ (ก.18) ถ้าไม่มีการมอบอำนาจก็ให้ click  ตกลง
 
                                              2.1.6  ก็จะปรากฏหน้าจอเลือกวิธีการชำระค่าธรรมเนียม ซึ่งมี 2 วิธี คือ 
                                                            2.1.6.1  ผ่านทางธนาคารพาณิชย์ – ออนไลน์ วิธีนี้ท่านต้องเปิดบัญชีแบบมี
บัตรเอทีเอ็ม ของธนาคารยูไนเต็ดโอเวอร์ซีส์ (ไทย) (UOB)  สาขาใดก็ได้  โดยต้องสมัครสมาชิก i-banking ทางเว็บไซต์ของธนาคาร            เมื่อท่านดำเนินการดังกล่าวกับธนาคารเรียบร้อยแล้ว ท่านจะได้ User ID Password  และ  Account No.  จากธนาคาร  ซึ่งท่านจะต้องใช้ในการเข้าสู่ระบบการชำระเงิน ซึ่งระบบนี้จะหักค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอจดทะเบียนจากบัญชีของท่าน  ทั้งนี้ จะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการใช้บริการของ  i-banking  1,500 บาท ต่อปี                                             
                                                            2.1.6.2  ผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคารยูไนเต็ดโอเวอร์ซีส์ (ไทย) (UOB)  สาขาใดก็ได้ 
วิธีนี้สามารถระบุชื่อผู้ที่ต้องการจะออกในใบเสร็จรับเงินได้ ทั้งนี้ จะต้องเสียค่าบริการ 15 บาท ต่อครั้ง                                                 
                                              2.1.7  เมื่อท่านเลือกวิธีการชำระเงินแล้วให้ click  ชำระเงิน ระบบก็จะเข้าสู่การชำระเงินตามวิธีการ
ที่ท่านเลือก โดยวิธีการชำระเงินแบบ  i-banking  ก็จะตัดบัญชีของท่านโดยอัตโนมัติ หรือวิธีการชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร ท่านจะต้อง Print  “ใบแจ้งการชำระเงิน”  แล้วนำไปชำระเงินที่ธนาคารยูไนเต็ดโอเวอร์ซีส์ (ไทย) (UOB)  สาขาใดก็ได้ ทั้ง 2 วิธีนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะจัดส่งใบเสร็จรับเงินไปให้ท่านในภายหลัง  เมื่อท่านเลือกวิธีการชำระเงินแล้ว  ให้ท่าน click  “ชำระเงินทันที”  ระบบจะปรากฏหมายเลขอ้างอิง  ซึ่งเมื่อดำเนินการชำระเงินแล้ว กรมฯ ได้รับเงินค่าธรรมเนียมของท่านก็จะได้ให้เลขที่คำขอ โดยหากยื่นผ่านทางธนาคารแบบออนไลน์  ท่านจะได้เลขที่คำขอทันที หรือหากยื่นโดยผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร (วิธีที่ 2) ท่านจะได้เลขที่คำขอในวันทำการถัดไป ทั้งนี้ เพราะกรมต้องรอรับรายงานการชำระเงินจากธนาคารก่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่กลุ่มบริการตรวจรับคำขอ จะออกเลขที่คำขอให้ท่านก่อนคำขอที่มายื่นขอจดทะเบียนในวันทำการถัดไปดังกล่าว  อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ผ่านขั้นตอนการยื่นคำขอทางอินเตอร์เน็ตแล้ว  ตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่องการยื่นคำขอเกี่ยวกับเครื่องหมายทางอินเตอร์เน็ต  ท่านต้องส่งต้นฉบับเอกสารการยื่นคำขอเหมือนการยื่นคำขอด้วยตนเองแก่กรมฯ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้มีการบันทึกข้อมูลลงในอินเตอร์เน็ต  เพื่อที่กรมจะได้พิจารณาดำเนินการต่อไป  โดยท่านอาจส่งต้นฉบับทางไปรษณีย์ถึงผู้อำนวยการสำนักเครื่องหมายการค้า หรือมายื่นด้วยตนเองก็ได้  
                    
                       2.2  การขอตรวจสอบความเหมือนคล้ายของเครื่องหมาย
                                
                                              2.2.1  เข้าสู่ระบบเครื่องหมายการค้า  โดยสมัครสมาชิกเช่นเดียวกับการยื่นคำขอ
จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ตามข้อ 2.1
                                 
                                              2.2.2  เมื่อปรากฏหน้าจอให้บริการในระบบเครื่องหมายการค้า ให้ click  ตรวจสอบ
ความเหมือนคล้ายของเครื่องหมาย      
                          
                                              2.2.3  จะปรากฏหน้าจอสำหรับสมาชิกลงทะเบียน เลือกสมัครสมาชิกใหม่ จะปรากฏหน้าจอ
สมัครสมาชิกเพื่อใช้บริการตรวจสอบความเหมือนคล้าย  ให้สมัครสมาชิกและรหัสผ่านแล้วเลือกรูปแบบว่าต้องการตรวจสอบ 1 ชม.  3 ชม. หรือ  5 ชม.  ต่อจากนั้นให้เลือกวิธีการชำระเงิน  
                              
                                              2.2.4  เลือกวิธีการชำระเงิน และการชำระเงินเช่นเดียวกับข้อ 2.1
                   
                                              2.2.5  เมื่อทำการชำระเงินแล้วทั้ง 2 วิธี (ผ่านทางธนาคารหรือผ่านทางเคาน์เตอร์) ท่านสามารถ
ตรวจสอบความเหมือนคล้ายของเครื่องหมายได้ในวันทำการถัดไป ตั้งแต่เวลา 08.30 น.
หมายเหตุ   : เมื่อท่านยื่นคำขอจดทะเบียนแล้ว  สำนักเครื่องหมายการค้าจะทำการตรวจสอบเครื่องหมายและพิจารณาคำขอจดทะเบียน  โดยเจ้าหน้าที่อีกครั้งหนึ่ง
 
                       2.3  การยื่นแบบคำขออื่น ๆ
                ท่านสามารถใช้บริการอื่น ๆ ได้  โดยสมัครสมาชิกและชำระค่าธรรมเนียมเช่นเดียวกับ 2.1 กรณีขอรับบริการ เช่น คำขอโต้แย้งการจดทะเบียน  เป็นต้น  ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเช่นเดียวกับการยื่นตามปกติ  อย่างไรก็ตาม หากท่านยื่นขอใช้บริการใด ๆ ทางอินเตอร์เน็ตแล้ว จะต้องส่งต้นฉบับเอกสารพร้อมหลักฐาน (ถ้ากำหนดให้มีหลักฐาน)  ดังกล่าว ยื่นต่อกรมฯ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้มีการบันทึกข้อมูลลงในอินเตอร์เน็ตด้วยหมายเหตุ   :  การขอจดทะเบียนเครื่องหมายชุด (ก.13)  ไม่สามารถยื่นทางอินเตอร์เน็ตได้ กรุณาพิมพ์จากแบบฟอร์มในเว็บไซต์กรมฯ 
 
                        2.4  การใช้บริการอื่น ๆ
                ท่านสามารถใช้บริการตรวจสอบสถานะคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และตรวจสอบรายการคำขอที่ประกาศโฆษณาได้  โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น
 
การตรวจสอบ
 
            1.  ในขั้นแรกเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเบื้องต้น (Preliminary check)  คือตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร
เท่านั้น (Documentary check)  
                   
            2.  ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและนายทะเบียนจะตรวจสอบว่าเครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียน  มีลักษณะตามที่
กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่  กล่าวคือ
                    - ต้องมีลักษณะบ่งเฉพาะ
                    - ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายและ
                    - ไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของผู้อื่น
            ในขั้นตอนนี้จะใช้เวลาในการตรวจสอบและพิจารณาประมาณ 3 เดือน
                     
            3.  ภายหลังตรวจสอบแล้ว  เจ้าหน้าที่จะแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบผลการตรวจสอบดังต่อไปนี้ ตามแต่กรณี
                    - การรับจดทะเบียน นายทะเบียนจะสั่งประกาศโฆษณาเป็นเวลา 90 วัน หากไม่มีผู้ใดคัดค้านจะรับจดทะเบียน
                   - ปฏิเสธไม่รับจดทะเบียน  หากนายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายที่ยื่นขอจดทะเบียนไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ  
เป็นเครื่องหมายต้องห้ามตามพระราชบัญญัตินี้  หรือเหมือนคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้รับจดทะเบียนไว้แล้ว  ซึ่งผู้ขอจดทะเบียนสามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าภายในเวลาที่กำหนด
                    - ให้แก้ไขเปลี่ยนแปลง
                    - แจ้งผู้ยื่นคำขอว่า เครื่องหมายที่ขอจดทะเบียน มีผู้อื่นยื่นขอจดทะเบียนไว้เช่นกัน ขอให้ผู้ยื่นไปตกลงกันเองก่อน
   
การแจ้งให้แก้ไขคำขอ
 
          ผู้ขอจดทะเบียนต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ผิด  ระบุข้อความไม่ครบถ้วน  ไม่ได้ลงลายมือชื่อ ฯลฯ  โดยคิดค่าธรรมเนียมคำขอละ 100 บาท (ก่อนจดทะเบียน) และ 200 บาท (หลังการจดทะเบียน)  โดยใช้แบบ ก.06
   
การแจ้งให้ตกลงกันก่อน
 
            1. ถ้าผู้ยื่นคำขอตกลงกันได้  และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบว่าใครได้สิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นไป  เจ้าหน้าที่จะ
ดำเนินการประกาศโฆษณาต่อไป    
       
            2. ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่สามารถตกลงกันได้คำขอจดทะเบียนที่ยื่นก่อนจะได้รับการจดทะเบียนตามหลัก ใครยื่นก่อนมีสิทธิ
ดีกว่า (First-to-file) 
     
การแจ้งไม่ปฏิเสธคำขอ
 
            1. เจ้าหน้าที่จะดำเนินการประกาศโฆษณาต่อไป  
       
            2. บางกรณีเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการในเรื่องดังต่อไปนี้  
                    
                        2.1 ยื่นคำขอสละสิทธิในคำขอบางส่วนเนื่องจากบางส่วนของเครื่องหมายเป็นสิ่งที่ใช้กัน
สามัญในการค้าขายหรือไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ
                                            
                        2.2  ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายชุด  เนื่องจากเป็นเครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมาย
ของผู้ขอจดทะเบียน  โดยเป็นสินค้าที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน
                                         
                                    - ถ้าผู้ยื่นคำขอยอมสละสิทธิ  ผู้ยื่นคำขอต้องแจ้งนายทะเบียนทราบ โดยยื่นหนังสือแสดงปฏิเสธ (ก.12)  ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม หรือผู้ยื่นคำขอยอมจดทะเบียนเครื่องหมายชุด ผู้ยื่นคำขอต้องแจ้งนายทะเบียนทราบโดยยื่นหนังสือจดทะเบียนเครื่องหมายชุด (ก.13) ภายใน 90 วันเช่นกัน และไม่เสียค่าธรรมเนียม                       
                                    - ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของนายทะเบียน  ผู้ยื่นคำขออาจดำเนินการอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าก็ได้ โดยยื่นคำอุทธรณ์ (แบบ ก.03) ภายใน 90 วัน 
นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่ง 
 
 การแจ้งปฏิเสธไม่จดทะเบียนคำขอ
 
            1. ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่อุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียน   คำขอนั้นจะถูกจำหน่ายออกจากสารบบ  
               
            2. ถ้าผู้ยื่นคำขอประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนให้ดำเนินการยื่นคำอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า
ภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่รับหนังสือแจ้งคำสั่ง โดยชำระค่าธรรมเนียมคำขอฉบับละ 1,000 บาท หรือ 2,000 บาท (แบบ ก.03) แล้วแต่กรณีที่ขออุทธรณ์ (ดูอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฯ)  
         
            3. เมื่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามีคำวินิจฉัยแล้ว  จะแจ้งคำวินิจฉัยให้นายทะเบียนทราบ  ดังนี้                       
                       - ถ้าวินิจฉัยเห็นควรให้จดทะเบียน นายทะเบียนจะดำเนินการประกาศโฆษณาต่อไป                      
                       - ถ้าวินิจฉัยไม่รับจดทะเบียน  นายทะเบียนจะจำหน่ายคำขอจดทะเบียนออกจากสารบบและคำวินิจฉัย
ของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าถือเป็นที่สุด
 
 
การประกาศโฆษณา
 
            1. ถ้านายทะเบียนเห็นสมควรรับจดทะเบียน  นายทะเบียนมีคำสั่งประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเป็นเวลา 90 วัน  
โดยสามารถตรวจค้นได้ที่กลุ่มบริการตรวจรับคำขอ ชั้น 3 สำนักเครื่องหมายการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา  หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือ www.cka.co.th          
         
                        - ถ้าไม่มีการคัดค้านการจดทะเบียนภายใน 90 วัน นับแต่วันประกาศโฆษณาเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการ
จดทะเบียนเครื่องหมายนั้นต่อไป  
                  
                        - ถ้ามีการคัดค้านการจดทะเบียน  โดยเหตุหนึ่ง เหตุใดเช่น เครื่องหมายการค้าไม่มีลักษณะที่
จดทะเบียนได้  เครื่องหมายการค้าไม่ได้เป็นของผู้ขอจดทะเบียน หรือการจดทะเบียนไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ผู้คัดค้านต้องยื่นคำคัดค้านต่อเจ้าหน้าที่พร้อมแสดงหลักฐานและเหตุผล และชำระค่าธรรมเนียมคำคัดค้าน 1,000 บาท (แบบ ก.02)
         
            2. เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบว่ามีบุคคลคัดค้านการจดทะเบียนคำขอนั้น                       
                        - ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะโต้แย้งการคัดค้านนายทะเบียนจะจำหน่ายคำขอออกจากสารบบ                       
                        - ถ้าผู้ยื่นคำขอประสงค์จะโต้แย้งการคัดค้านให้ยื่นคำโต้แย้งต่อนายทะเบียนภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาการคัดค้าน            
 
            3. นายทะเบียนจะพิจารณาในประเด็นที่คัดค้านนั้น  เมื่อมีคำวินิจฉัยแล้ว จะแจ้งไปให้คู่กรณีทราบ
         
            4. คู่กรณีที่เสียประโยชน์อาจอุทธรณ์คำวินิจฉัยของนายทะเบียนได้โดยยื่นคำอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า
ภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัยของนายทะเบียน โดยชำระค่าธรรมเนียมคำขอฉบับละ 2,000 บาท (แบบ ก.03)
         
            5. เมื่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าได้วินิจฉัยแล้วนายทะเบียนจะแจ้งผลการวินิจฉัยของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า
ให้แก่คู่กรณีทราบ
 
            6. ถ้าคู่กรณีฝ่ายที่เสียประโยชน์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัย ผู้นั้นอาจนำคดีขึ้นฟ้องศาลได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่
ทราบผลคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า 
     
การจดทะเบียน
 
            1. เครื่องหมายที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย เมื่อผ่านการตรวจสอบจากนายทะเบียน
และได้ประกาศโฆษณาแล้ว  และผ่านกระบวนการคัดค้านและอุทธรณ์  จนถึงที่สุดเป็นเครื่องหมายที่สามารถจดทะเบียนได้  นายทะเบียนจะแจ้งไปยังผู้ยื่นคำขอทราบให้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง  
       
            2. ผู้ยื่นคำขอจะต้องนำหนังสือแจ้งคำสั่งมาติดต่อชำระค่าธรรมเนียมที่กลุ่มบริการตรวจรับ
คำขอ (ชั้น 3)  สำนักเครื่องหมายการค้า  กรมทรัพย์สินทางปัญญา  หรือที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือทางอินเตอร์เน็ต ภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับหนังสือแจ้งคำสั่ง  เมื่อชำระค่าธรรมเนียมแล้ว  ผู้ยื่นคำขอจะได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนไว้เป็นหลักฐาน  โดยชำระค่าธรรมเนียมสินค้าหรือบริการอย่างละ 300 บาท            ทั้งนี้กรมฯ จะจัดส่งให้ท่านตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในคำขอจดทะเบียน ภายในเวลา 2 สัปดาห์หลังจากชำระค่าธรรมเนียม  แต่หากผู้ขอจดทะเบียนต้องการขอรับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนในวันที่ชำระค่าธรรมเนียม  ผู้ขอจดทะเบียนหรือผู้รับมอบอำนาจ จะต้องเป็นผู้มารับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนด้วยตนเอง  หรืออาจมอบอำนาจแต่งตั้งตัวแทนเฉพาะการให้ดำเนินการแทน  โดยต้องยื่นหนังสือมอบอำนาจ ก.18 ติดอากรแสตมป์ 10 บาท  พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ  พร้อมรับรองสำเนา  แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่กลุ่มบริการและตรวจรับคำขอ  เพื่อขอรับหนังสือสำคัญเร่งด่วน  เจ้าหน้าที่ที่จุดบริการเร่งด่วน (One Stop Service)  จะดำเนินการออ 
 

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Words of computer

1. Computer = คอมพิวเตอร์

2. Software = ชุดคำสั่งหรือโปรแกรม

3. Hardware = อุปกรณ์เชื่อมต่อภายนอก

4. Input unit = หน่วยรับเข้า

5. Output unit = หน่วยส่งออก

6. Main Memory unit = หน่วยความจำหลัก 

7. Secondary memory unit = หน่วยความจำรอง

8. Keyboard = แป้นพิมพ์

9. Word = คำหรือคำศัพท์

10. Ram = เก็บข้อมูลและโปรแกรม

11. Online = การติดต่อ

12. Upload = การโหลดข้อมูล 

13. Network = เครือข่าย 

14. Fax modem = โมเด็มที่ส่งแฟกซ์ได้ 

15. Web Site = หน้าต่างของเนต 

16. Antivirus Program = โปรแกรมป้องกันไวรัส

17. Computer System = ระบบคอมพิวเตอร์

18. Information System = ระบบขอมูล

19. Computer Network = ระบบเครือข่าย

20. User = ผู้ใช้

21. Account = บัญชีผู้ใช้

22. USB = หน่วยเก็บข้อมูล

23. .net = แสดงเว็บของบริษัท

24. Keyword = รหัสของบางโปรแกรม

25. Multimedia = สื่อประสม

26. Bus = การเชื่อมต่อเครือข่าย

27. Browser = เป็นชื่อใช้เรียกซอฟต์แวร์

28. Bug = ความผิดพลาดของคอม

29. Database = ฐานข้อมูล

30. CD-ROM = ตัวจัดการกับแผ่นต่างๆ

31. Compact Disc = อุปกรณ์ประเภทแผ่น

32. Mouse = เมาส์

33. Light pen = ปากกาแสง

34. Track ball = ลูกกลมควบคุม

35. Joystick = ก้านควบคุม

36. Scanner = เครื่องกราดตรวจ

37. Touch screen = จอสัมผัส

38. Control Unit = หน่วยควบคุม

39. Rom = หน่วยความจำแบบอ่าน

40. Diskette = แผ่นบันทึก

41. Harddisk = ฮาร์ดดิสก์

42. Magnetic Tape = เทปแม่เหล็ก

43. Monitor = จอภาพ

44. Printer = เครื่องพิมพ์

45. Laser printer = เครื่องพิมพ์เลเซอร์

46. Line printer = เครื่องพิมพ์รายบรรทัด

47. Speaker = ลำโพง

48. Microsoft Word = โปรแกรมเวิร์ด

49. Microsoft Excel = โปรแกรมเอกเซล

50. Microsoft PowerPoint = โปรแกรมเพาเวอร์พอยนต์


วันพุธที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2557

งาน2


1..นักเรียนเลือกหัวข้อ คน 3 หัวข้อ

 ตอบ E-mail  chat Search

2.ค้นหาข้อมูล / ความหมาย / ภาพประกอบ ใส่ใน blog พร้อมตกแต่งให้สวยงาม
ตอบ
1.อีเมล์คือวิธีการติดต่อสื่อสารด้วยตัวหนังสือ แทนการส่งจดหมายแบบกระดาษ โดยใช้การส่งข้อมูล

ในรูปของสัญญาณข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ จากเครื่องหนึ่งไปยังผู้รับอีกเครื่องหนึ่ง

อีเมล์แอดเดรส ( E- mail Address) คือ ที่อยู่ในอินเทอร์เน็ต หรือที่อยู่ของตู้จดหมายของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ใช้สำหรับบอกตำแหน่งของผู้รับว่าอยู่ที่ไหน เช่น somchai@hotmail.com

ส่วนประกอบของอีเมล์แอดเดรส ประกอบด้วย ส่วนสำคัญ ดังตัวอย่างนี้

ชื่อบัญชีสมาชิกของผู้ใช้เรียกว่า user name อาจใช้ชื่อจริง ชื่อเล่น หรือชื่อองค์กร ก็ได้
ส่วนนี้ คือ เครื่องหมาย @ ( at sign) อ่านว่า แอท
ส่วนที่สาม คือ โดเมนเนม (Domain Name) เป็นที่อยู่ของอินเทอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ที่เราสมัครเป็นสมาชิกอยู่ เพื่ออ้างถึงเมล์เซิร์ฟเวอร์
ส่วนสุดท้ายเป็นรหัสบอกประเภทขององค์กรและประเทศ ในที่นี้คือ .co.th โดยที่ .co หมายถึง commercial เป็นบริการเกี่ยวกับการค้า ส่วน .th หมายถึง Thailand อยู่ในประเทศไทย
รหัสบอกประเภทขององค์กร คือ
.com = commercial บริการด้านการค้า
.edu = education สถานศึกษา
.org = orgnization องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร
.gov = government หน่วยงานรัฐบาล
.net = network หน่วยงานบริการเครือข่าย
ตัวอย่าง e-mail address

2.“Chat” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า สนทนาอย่างเป็นกันเอง เช่นเดียวกันกับในอินเทอร์เน็ต  จุดต่างกันเพียงแค่ในอินเตอร์เน็ต การแชทเป็นการคุยโดยใช้วิธีพิมพ์ข้อความลงไปเท่านั้น ไม่ได้ใช้เสียง แต่ว่าปัจจุบันก็มีบางโปรแกรมที่สามารถคุยเห็นหน้ากัน ได้ยินเสียงกัน ถ้าหากผู้ใช้ต่ออุปกรณ์เสริม กล้องเวบแคม หรือไมโครโฟน เช่น โปรแกรม ICQ , MSN, Yahoo Messenger ฯลฯ



3. Search Engine เป็นเครื่องมือหรือโปรแกรมในการค้นหาเว็บต่างๆ โดยมีการเก็บรายชื่อเว็บไซต์ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่างๆ ของเว็บไซต์และนำมาจัดเก็บไว้ใน server เพื่อให้สามารถค้นหาและแสดงผลได้สะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ บาง search engine อาจไม่ได้มีการเก็บข้อมูลใน server ของตัวเอง แต่อาจอาศัยข้อมูลจากเจ้าของ server นั้นๆ

          ตัวอย่าง Search Engine ที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น sanook.com, siamguru.com, google.com, yahoo.com, msn.com, altavista.com, search.com เป็นต้น 
                                   


งาน.1


1. นักเรียนใช้ Internet สำหรับทำอะไร   ให้นักเรียนตอบมา  10 อย่าง

ตอบ   1.ค้นคว้าหาข้อมูล
           2.ดูyoutubeเพื่อความเพลินเพลิด
           3.ใช้ติดต่อสื่อสารกับเพื่อน
           4.แลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็น
           5. สามารถหาศึกษาความสนใจของตนเอง
           6.ทำงานส่งครู
           7.หาสถานที่เที่ยว
           8.ใช้เล่นเกมกับเพื่อน
           9.ใช้ทำความรู้จักคนอื่นๆ
          10.ใช้ในด้่านบันเทิง
2. เว็บเบราเซอร์ หมายถึงอะไร ?
ตอบ 
 ปรแกรมเว็บบราวเซอร์ เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการเปิดดูข้อมูลต่างๆ ซึ่งข้อมูลในเว็บเพจ                เขียนด้วยภาษา  HTML   ทำหน้าที่ในการแสดงผลของข้อมูลเอกสาร เว็บบราวเซอร์สามารถ อ่านข้อมูลที่เป็นภาพ 2 มิติ 3 มิติ ภาพเคลื่อนไหว เสียง เชื่อมโยงข้อมูล สามารถจัดเก็บในรูปแบบต่างได้      

3.ยกตัวอย่างเว็บเบราวเซอร์ มา 4 โปรแกรม  
ตอบ 
1. IE (Internet Explorer Browser) 
2. Firefox (ไฟฟอก)
3. Chrome หรือ Google Chrome (โครม)

4.Opera browser

วันพุธที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

แนะนำตัวเอง

แนะนำตัว

สวัสดีนะครับเพื่อนทกุคนน.:P
กระผม นาย สุปกรณ์ ลิมปนชัยพระกุล ม5/4 เลขที่48
ชื่อเล่น เอิร์ท
เกิดวันที่ 28 พฤษภาคม 2841
เทเลโฟน 085-862-9784
อายุ 15 ปี
ประวัติการศึกษา อัสสัมชัญระยอง
ที่อยู่ 99/99 ตำบล พลา อำเภอ บ้านฉาง จังหวัดระยอง 21130
E-mail  Big1588@hotmail.com
ID line earthnakud
งานอดิเรก ฟังเพลง
สีที่ชอบ ดำ ขาว

อาหารที่ชอบ ข้าวหมกไก่

ความฝัน สถาปันนิก
นิสัยส่วนตัว เงียบ ๆ ไม่ชอบคุย